ครบรอบ 228 ปี รัตนโกสินทร์


นับเนื่องจาก การสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2325 จวบถึงวันนี้กรุงรัตนโกสินทร์มีอายุครบ 228 ปี และหากย้อนวันเวลากลับไปวันที่มีความหมายนี้เป็นวันถือฤกษ์เบิกชัยตั้งพระหลักเมืองเป็นหลักสำคัญแห่งพระนคร …

ครบรอบ 228 ปี รัตนโกสินทร์

จากวันสถาปนาหรือก่อตั้งกรุงเทพมหานครใน ปีแรก ต่อเนื่องมาอีก 100 ปี ได้มีการเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่สมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ขึ้นครั้งแรกและต่อมาใน วาระครบ 150 ปี และ  200 ปี การสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์มีขึ้นอีกครั้งโดยทุกช่วงเวลาถ่ายทอดประวัติศาสตร์ทรงคุณค่า 
   
นอกเหนือจากการค้นคว้าศึกษาเหตุการณ์วันวานผ่านเอกสาร หนังสือต่าง ๆ  การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ เติมต่อทักษะประสบการณ์ยังสามารถเพิ่มพูนความรู้ ได้จากการแสดงภายในพิพิธภัณฑ์ซึ่งในพื้นที่ของพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระนครถือเป็นอีกสถานที่หนึ่งซึ่ง  ได้จัดเก็บภาพถ่าย รวบรวมสิ่งของเกี่ยวเนื่องกับเรื่องราววันวานของกรุงรัตนโกสินทร์เผยแพร่ให้เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
   
จันทกาญจน์ คล้อยสาย ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระนครบอกเล่าว่า  ก่อนกรุงรัตนโกสินทร์จะครบ 250 ปี ในเร็ววันนี้ วาระสำคัญ 228 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ครั้งนี้เป็นอีกโอกาสที่น่ายินดีแสดงให้เห็นถึงความมั่นคงยั่งยืนของเมืองที่เราอยู่อาศัยซึ่งมีความรุ่งเรืองต่อเนื่องมา
   
ดังที่ทราบกรุงรัตนโกสินทร์เริ่มขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 พระองค์ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งก็คือ ฝั่งพระนครในทุกวันนี้ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดฯ ให้สร้างขึ้นโดยได้ทำพิธียกเสาหลักเมืองวันที่ 21 เมษายนและหลังจากสร้างเมืองนับแต่ปี พ.ศ. 2325 จวบถึง พ.ศ. 2328 ก็ได้มีการสมโภชพระนคร 
   
จากนั้นผ่านมาถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในปี พ.ศ. 2425 กรุงรัตนโกสินทร์ครบ 100 ปี ช่วงเวลานั้นมีการจัดงานยิ่งใหญ่หลายส่วน ส่วนแรกเป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา บูรณะวัดพระแก้ว ซึ่งการบูรณะครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเนื่องด้วยมีความชำรุดทรุดโทรมลงค่อนข้างมาก ภาพจิตรกรรมฝาผนังชำรุดเพราะความชื้น ในการบูรณะได้มีการจัดสร้าง เหรียญที่ระลึกการบูรณปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
   
อีกส่วนหนึ่งของช่วงเวลานั้นได้มีการจัดงานแสดงสินค้าแห่งชาติขึ้น  ครั้งแรกในประวัติศาสตร์เรียกว่า เนชั่นแนล เอ็กซิบิชั่น (National Exhibi tion) บริเวณท้องสนามหลวง การจัดงานครั้งนั้นมีประชาชนมารอชมจำนวนมากมีการแสดงสินค้า เลื่องชื่อไม่ว่าจะเป็น เกลือ สินค้าสำคัญในการทำอาหาร ยารักษาโรค การถนอมอาหาร ไม้สัก ไม้ชนิดต่าง ๆ ฯลฯ
   
มีการจัดสร้าง เหรียญสตพรรษมาลาหรือเหรียญ 5 รัชกาล มีพระบรมรูปตั้งแต่รัชกาลที่ 1-5 ซ้อนกัน ฯลฯ เหรียญดุษฎีมาลาหรือเหรียญทรงยินดี เป็นเหรียญขัดเงา ฯลฯ ขึ้น  ร่วมด้วย นอกจากนี้ยังมี  สิ่งก่อสร้างที่ถือได้ว่าเกิดขึ้นในโอกาสครั้งนั้นคือ การสร้างศาลสถิตยุติธรรม
   
หลังจากการสมโภชรัตนโกสินทร์ครบ 100 ปี  กรุงเทพมหานครเติบโตขึ้น  อย่างมั่นคงมีประชากรเพิ่ม  ขึ้นและในงานเฉลิมพระนครครบ 150 ปี คราวนั้น  มีขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 พ.ศ. 2475 มีการสร้างสิ่งสำคัญขึ้นในมหานครคือ สะพานปฐมบรม  ราชานุสรณ์ หรือสะพานพระพุทธยอดฟ้า
   
“การจะข้ามจากฝั่งพระนครไปยังฝั่งธนบุรีจะข้ามกันโดยเรือแจว การข้ามกลับไปมาสองฝั่งแต่เดิมไม่สะดวก การสร้างสะพานจะช่วยให้ประชาชนใช้สองฝั่งน้ำติดต่อค้าขายหรือเดินทางไปมาหากันได้มากขึ้น พอสร้างสะพานเสร็จความเจริญก็เกิดขึ้นมาก
   
สะพานแห่งแรกของสยามนี้ยังมีความพิเศษคือสามารถเปิดกลางสะพานเพื่อยกให้เรือแล่นผ่านได้ เมื่อไม่มีเรือแล่นผ่านก็จะปิดให้ผู้คนสัญจรไปมา พร้อมกันนี้มีการจัดงานเฉลิมพระนครฉลองกรุงเทพฯ 7 วัน 7 คืน บริเวณสะพานพุทธ นอกจากนี้ยังมีการแสดงมหรสพ แสดงโขน หนังกลางแปลง ฯลฯ และในช่วงเวลานั้นเริ่มมีภาพยนตร์ขาวดำซึ่งก็มีภาพยนตร์ชุดหนึ่งเป็นภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ทรงคุณค่า การเสด็จฯทรงเปิดสะพานซึ่งเมื่อมาเยี่ยมเยือนพิพิธภัณฑ์ฯก็จะได้ชม”
   
การฉลองพระนครเปิดสะพานพุทธในครั้งนั้นยังเป็นที่กล่าวขานในต่างประเทศโดยปรากฏในหนังสือพิมพ์ของประเทศอิตาลีเป็นภาพขบวนเสด็จฯพระยุหยาตราทางสถล มารค (พระราชดำเนินทางบก) ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินจากพระ  บรมมหาราชวัง เปิดสะพาน  พุทธในงานเฉลิมพระนคร150 ปี ซึ่งการพิมพ์ครั้งนั้นพิมพ์ด้วยเทคโนโลยี  พิมพ์หิน
   
นอกจากนี้การฉลองพระนครครั้งนั้นได้บูรณะ วัดพระแก้วขึ้นอีกครั้งโดยประชาชนพร้อมใจร่วมกันบูรณะซึ่งจะได้รับเหรียญที่ระลึก นอกจากนี้มีการจัดทำสิ่งของที่ระลึกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแสตมป์ การจัดทำกระป๋องออมสิน ปฏิทินสงกรานต์ รวมทั้งการสร้างโรงภาพยนตร์ขึ้น ฯลฯ
   
ต่อเนื่องมาในปีพ.ศ. 2525 กรุงเทพมหานครครบวาระแห่งการเฉลิมฉลองอีกครั้งโดยครบสองศตวรรษ ช่วงเวลานั้นมีสิ่งที่เมื่อพูดถึงจะจดจำกันได้แม่นยำนั่นคือ สัญลักษณ์เทวดาคู่ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แรกของการเฉลิมพระนครโดยในช่วงการฉลองที่ผ่านมานั้นไม่มีสัญลักษณ์อื่นใด มีแต่เพียงตัวอักษรเขียนข้อความบอกไว้
   
“งานสมโภชกรุง รัตนโกสินทร์ครบ 200 ปีคราวนั้นถือเป็นการจัดงานฉลองที่ยิ่งใหญ่ ภาคเอกชน ประชาชนต่างมีส่วนร่วม พร้อมเพรียงกัน อีกทั้งมี สิ่งของที่ระลึกมากมายพิมพ์ตราสัญลักษณ์สมโภช  กรุงฯ ซึ่งหากนับจำนวน รายการสิ่งของที่ร่วม สมโภชกรุงเทพฯครบ 200  ปี น่าจะมีไม่ต่ำกว่าหมื่นรายการ นอกจากนี้ยังมีมหรสพจัดแสดง มีการจัดทำเหรียญประดับที่ระลึก แสตมป์ ฯลฯ”

การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านสิ่งของเครื่อง ใช้ที่ผ่านกาลเวลาเหล่านี้  นอกเหนือจากการเชื่อมโยงการเรียนรู้เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นในวันวานแล้ว ภาพถ่าย สิ่งของจากการสะสมเก็บรวบรวมที่นำมาจัดแสดงเผยแพร่ครั้งนี้ยังเปรียบเสมือนเครื่องทบทวนความทรงจำ  ขณะเดียวกันก็จุดประกายการศึกษาประวัติศาสตร์ เรียนรู้เรื่องราวอดีตด้วยความเข้าใจ เพลิดเพลินครบพร้อมความรู้ในคราวเดียวกัน …

(จาก นสพ. เดลินิวส์)

Advertisements

3 Responses

  1. เนื้อหาสาระดีมาก

  2. ก็ใช้ได้

  3. แล้วการฉลองมีทั้งหมดกี่ครั้งหรอค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: